สวัสดีจ้ะพสกนิกรทุกท่าน
ช่วงนี้อากาศก็ดีเนาะ กำลังสบายเลย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เหมาะกับอากาศแบบนี้ เราต้องมาพร้อมกับเพลงนี้เท่านั้น
Let It Go จากเรื่อง Frozen จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

รอช้าทำไมไปกันเล้ยยยยย
สารบัญ
1)เนื้อเพลง
2)ความประทับใจโดยรวม
3)เทคนิคการแปลที่น่าสนใจ
4)ไวยากรณ์ที่น่าสนใจ
5)สรุป
.
.
.
1)เนื้อเพลง
เวอร์ชั่นอังกฤษ >>> https://youtu.be/moSFlvxnbgk
เวอร์ชั่นไทย >>> https://youtu.be/Lk7zrK8e0Es
เวอร์ชั่นญี่ปุ่น >>> https://youtu.be/4DErKwi9HqM
| The snow glows white on the mountain tonight Not a footprint to be seen A kingdom of isolation and it looks like I’m the queen The wind is howling like this swirling storm inside Couldn’t keep it in, heaven knows I’ve tried Don’t let them in Don’t let them see Be the good girl you always have to be Conceal, don’t feel, don’t let them know Well, now they know Let it go Let it go Can’t hold it back anymore Let it go Let it go Turn away and slam the door I don’t care what they’re going to say Let the storm rage on The cold never bothered me anyway It’s funny how some distance makes everything seem small And the fears that once controlled me can’t get to me at all It’s time to see what I can do to test the limits and break through No right, no wrong No rules for me I’m free Let it go Let it go I am one with the wind and sky Let it go Let it go You’ll never see me cry Here I stand and here I’ll stay Let the storm rage on My power flurries through the air into the ground My soul is spiralling in frozen fractals all around And one thought crystallizes like an icy blast I’m never going back The past is in the past Let it go Let it go And I’ll rise like the break of dawn Let it go Let it go That perfect girl is gone Here I stand in the light of day Let the storm rage on The cold never bothered me anyway | หิมะสีขาวเป็นประกายในราตรี ไม่มีรอยเท้ายามที่มอง ในดินแดนอ้างว้างร้างผู้คน มีเพียงเรานี้ที่ครอบครอง ดังมีพายุซ่อนอยู่ภายใน หมุนวนเวียนว่าย ถึงต้านทานเท่าไหร่ ฉันก็ห้ามไม่ได้ อย่าเปิดใจไป อย่าให้เขาเห็น ต้องเป็นคนดีอย่างที่เขาสอนให้เป็น ปกปิดในใจ อย่าให้เขารู้ สุดท้ายก็รู้ ปล่อยมันไปอย่างที่เป็น ไม่อาจจะเก็บอีกต่อไป ปล่อยออกมา เลิกซ่อนเร้น เดินกลับหลัง หมดสิ้นเยื่อใย ฉันไม่กลัว ปล่อยให้เขาพูดไป พัดให้โหมกระหน่ำ ความหนาวไม่ทำให้เดือดร้อนสักเท่าไหร่ มองอะไรยามไกลห่าง กลับเห็นเล็กลงไปเลย ความหวั่นไหวที่คอยเข้าครอบงำ กลับทำไม่ได้ดังเคย สิ่งใหม่ยังรอให้ลองให้รู้ จะไปสุดทางให้ใครได้ดู ฉีกกฎซ้ำ ๆ เลือกทำสิ่งใดอย่างใจ ปล่อยมันไปอย่างที่เป็น เชื่อมใจไปกับลมและฟ้าปล่อยออกมา เลิกซ่อนเร้น เผชิญมันด้วยความกล้า ฉันจะยืนตรงนี้เรื่อยไป พัดให้โหมกระหน่ำ พลังในกายล่องลมลอยฟ้าลงมาสู่ดิน พลังในใจแทรกในเกล็ดน้ำแข็งล้อมรอบกายไม่สิ้น ผลึกความคิดผุดเป็นเกล็ดใสไร้ความกังขา ไม่ขอคิดหวนคืนไป ความหลังไม่อาจคืนมา เป็นตัวเราอย่างที่เป็น ขอทะยานยังตะวันส่องฟ้า ปล่อยออกมา เลิกซ่อนเร้น เด็กดีไม่เห็นมีค่า ฉันจะยืนเด่นในแสงแรงกล้า พัดกระหน่ำเข้าไป ความหนาวไม่ทำให้เดือดร้อนสักเท่าไหร่ | 降り始めた雪は足跡消して 真っ白な世界に一人の私 風が心に囁くの このままじゃダメなんだと 戸惑い、傷つき 誰にも打ち明けずに悩んでた それももうやめよう ありのままの姿見せるのよ ありのままの自分になるの 何も怖くない 風よ吹け 少しも寒くないわ 悩んでたことが噓みたいね だってもう自由よ 何でもできる どこまでやれるか 自分を試したいの そうよ変わるのよ 私 ありのままで 空へ風に乗って ありのままで飛び出してみるの 二度と涙は流さないわ 冷たく、大地を包み込み 高く舞い上がる想い描いて 花咲く氷の結晶のように 輝いていたい もう決めたの これでいいの 自分を好きになって これでいいの 自分信じて 光浴びながら歩き出そう 少しも寒くないわ |
.
2)ความประทับใจโดยรวม
คราวนี้ขอเป็นครั้งแรกเลยที่พูดถึงความประทับใจฉบับแปลรวมกัน เพราะมี印象เดียวกัน คือมันดี!มาก!ทั้งคู่เลย แบบชอบมากกกกกกกกก คือมันอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น แต่มันก็โดนใจข้าน้อยเหลือหลาย ภาษาดี ความหมายครบ คือแบบ ชอบมากเลย so far my most fav ไม่วอก
.
3)เทคนิคการแปลที่น่าสนใจ
การละไว้ไม่แปล (Omission Translation)
การแปลเป็นความหมายควบ (Collocation Translation)
การแปลข้อความเชิงเปรียบ (Figurative Senses Translation) >>> บุคลาธิษฐาน (Personification)
อะไรยังไง
คือ ต้องบอกว่า มันน่าทึ่งมากที่เราค้นพบเทคนิคทั้งหมดเหล่านี้แค่ในท่อน/ประโยคเดียว ก็คือนี่จ้ะ

อะ ไปทีละอัน
3.1)การละไว้ไม่แปล (Omission Translation)
คือมันเริ่มจากที่ว่า ตัวภาษาอังกฤษเนี่ย ภายในประโยคเดียว เขาจะพูดถึง “ลม” ถึง 2 ครั้งด้วยกัน
A)The wind is howling
B)The storm is swirling inside (of me)
และเขาก็บอกว่าเจ้า A กับ เจ้า B เนี่ยมันเหมือนกัน
แต่ทีนี้เนี่ย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ อาจเช่นมันซ้ำซ้อนไปมันอะไรไป ผู้แปลภาษาไทยและญี่ปุ่นของเราเลือกที่จะตัดทิ้ง
ภาษาไทยตัด A)The wind is howling
ภาษาญี่ปุ่นตัด B)The storm is swirling inside (of me)
ไอ่การตัดทิ้งไปเลย ไม่แปลเนี่ย เรียกว่า การละไว้ไม่แปล (Omission Translation) จ้ะ
ทีนี้ เรามาดูต่ออันที่เขาแปล
3.2) การแปลเป็นความหมายควบ (Collocation Translation)
คือภาษาไทยแปล
The storm is swirling inside (of me) >>> หมุนวนเวียนว่าย
คือพอแปลออกมาแล้วเนี่ย คุณใช้คำหลายๆคำคู่กันไป นำคำมาซ้อนเสียง เพื่อให้ออกเสียงคล้องจอง เป็นธรรมชาติ สละสลวย ซึ่งบอกเลยนะ เทคนิคนี้ยากมาก คือมันไม่ใช่แค่เรื่องของการ keep meaning intact อย่างเดียวแล้ว มันเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์ศิลปะทางเสียงด้วย ตรงจุดนี้ต้องยอมรับนะ ว่าภาษาไทยออกมาสวยยิ่งกว่าต้นฉบับอีก
3.3) การแปลข้อความเชิงเปรียบ (Figurative Senses Translation) >>> บุคลาธิษฐาน (Personification)
คือ Figurative Language มันคือลูกเล่นของการใช้ภาษาเนาะ ซึ่งจริงๆมันมีย่อยๆอีกเยอะแยะมาก แต่วันนี้เราจะพูดถึงบุคลาธิษฐาน (Personification)
คือไร
คือการให้สิ่งมีชีวิตทำกริยาเหมือนสิ่งมีชีวิตจ้ะ
ก็คือ ภาษาญี่ปุ่นแปล
The wind is howling >>> 風が心に囁くの
คือต้นฉบับเนี่ย เขาบอกแค่ว่า ลมมันพัดวู้วๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ภาษาญี่ปุ่นแปลออกมาว่า “สายลมกระซิบกับฉันว่า…”
ซึ่งสายลมไม่มีชีวิต จริงๆมันก็กระซิบไม่ได้ไง แต่เราก็บอกว่าเขากระซิบ ก็กือบุคลาธิษฐาน
ซึ่งมันเก๋มากนะคุณผู้ชม คือคุณลองคิดนะ ต้นท่อนนี้เนี่ย มันคือท่อนแรกๆของเพลง มันเป็นซีนทราเอวส้าเนี่ย หนีออกจากบ้านมา แล้วชีรู้สึกแบบ อ้างว้างมากเลย เหงามาก แล้วภาษาอังกฤษเนี่ย ก็พยายามบรรยายสภาพความเหงาด้วยการบอกว่า เนี่ยได้ยินเสียงลมพัดวู้วๆๆๆๆๆๆๆเลย
แต่ภาษาญี่ปุ่นมาเหนือมาก “สายลมกระซิบบอกว่า…” คือไม่ได้โรแมนติกเลยนะ มีความเหงา ความหลอน คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียวแบบx10 เพราะฉะนั้นเนี่ยต้องบอกว่า เก๋มากนะคนแปล เอาไปเลยสิบแต้ม
.
4)ไวยากรณ์ที่น่าสนใจ
คำกริยาประสม (Compound Verb)「複合動詞」
คือมันเริ่มมาจากที่ว่า จจแอบเห็นว่าในเพลงนี้เวอร์ชั่นญปมีการใช้เยอะมากๆๆๆๆๆ ดูตัวอย่างนะ
| 降り始めた 打ち明けずに 飛び出してみる 包み込み 舞い上がる 歩き出そう |
| 6 คำ |
แล้วจจก็แอบนึกถึงข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งได้คือ
จจใช้คำพวกนี้เป็นน้อยมาก…
ซึ่งดูเหมือนว่าจจไม่ได้คิดไปเองคนเดียว คือคุณ 田中 (2004) เนี่ยก็จะบอกเหมือนกันว่าคำกริยาภาษาญปกว่า 40% เป็นคำกริยาประสม แต่หนังสือเรียนก็ไม่ค่อยมีสอน แล้วนรต่างชาติอย่างเราๆก็จะใช้ไม่ค่อยเป็น
คืออย่างสำหรับจจเนี่ย พวกเนี่ยคือมันเป็นคำที่เหมือนจะมีหลักการ แต่จจก็ไม่เคยเข้าใจหลักการมันสักเท่าไหร่ แล้วก็ใช้วิธีจำเป็นคำๆไป ซึ่งก็รู้สึกว่าแบบ พอกันที! มุตาจะไม่เป็นเหยื่อของแกอีกต่อไป! วันนี้ฉันต้องได้เรียนรู้อะไรดีๆ!

ก็เลยไปลองรื้อถอนประกอบสร้างความรู้ใหม่หมดมานำเสนอจ้ะ
4.1)ภาษาไทย
มีทฤษฎีเยอะมากกกกกกก แต่ขอเอาอันที่ล่าสุด(ที่เจอ)มาให้ดู คือคุณพูนพงษ์ (2546) (อ้างอิงในรจิน, 2554) เนี่ยจะบอกว่าคำประสมคือ
| 1) | เกิดจากคำมูล 2 คำขึ้นไปมาประสมกัน |
| 2) | คำมูลที่เอามาประสมความหมายต่างกัน |
| 3) | คำมูลที่เอามาประสมเป็นภาษาอะไรก็ได้ ยกเว้น คำบาลี-สันสฤตที่เอามาต่อกันในลักษณะคำสมาส |
| 4) | ความหมายของคำประสมจะมี 3 ลักษณะ ได้แก่ 4.1)มีเค้าความหมายเดิม เช่น เสียใจ 4.2)ความหมายเปลี่ยนไป เช่น ก้นครัว 4.3)มีทั้งความหมายเปลี่ยนและยังเค้าความหมายเดิม เช่น กินโต๊ะ |
ทีนี้เนี่ยก็จะมีการพูดถึงโครงสร้างคำประสมไว้เยอะมากกกก ซึ่งจจคิดว่าของที่น่าสนใจคือคุณบรรจบ(อ้างอิงใน รจิน, 2554) เนี่ยพูดไว้ได้น่าสนใจ เขาบอกว่า คำประสมแบ่งได้ 3 กลุ่ม ได้แก่
| ประเภท | ตัวอย่าง |
| คำประสมประเภทนาม | รถเร็ว, เรือนต้นไม้ |
| คำประสมประเภทกริยา | เดินจักร, กินใจ |
| คำประสมประเภทวิเศษณ์ | หลายใจ, คอแข็ง |
โอเค นั่นก็คือคำกริยาประสมของไทย ดูไม่ยาก
4.2)ภาษาอังกฤษ
ก็จะมีคุณ Aronoff (2011) (อ้างอิงใน Christianto, n.d.) บอกเราว่า Compound Word เนี่ยบอกกับเราว่าคำประสมคือการประสมคำ (Lexeme) ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป
ละทีนี้ก็มีคุณ Christianto (n.d.) ที่ศึกษาประเภทของการประสมคำ (Types of English compounds) กับประเภทคำที่เกิดจากการประสม (Lexical categories resulted from the process of compounding)
งงอะดิ5555555555555555555555555555555555555555555555
จริงๆก็อยากอธิบาย แต่เดี๋ยวบล็อกยาวไป แล้วมันก็ค่อนข้าง technical พอสมควร เอาเป็นว่า ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรจ้ะ เป็นภาษาสวรรค์

แต่เอาเป็นว่า คุณ Christianto (n.d.) บอกว่าประเภทคำที่เกิดจากการประสมในภาษาอังกฤษมี 3 ประเภท ได้แก่

ซึ่งก็ดูไม่ยาก
แต่ประเด็นคือพอมาถึงตรงนี้เนี่ย จจมีความรู้สึกว่า คำกริยาประสมของภาษาไทย/อังกฤษมันมีความ random มากเลย แบบดูเหมือนแบบ ก็จำๆเอาละกัน ไรงี้
เอาเป็นว่า ก็ตามนั้นแหละๆ ก็จำๆเอาเนาะ5555555555555
ใดๆ ตัดภาพมาที่พี่สาวญี่ปุ่น จจว่าเขามีระบบของเขาอยู่ ซึ่งการเก็ทระบบอาจยากนิดนึง แต่ถ้าเก็ทแล้วเนี่ย จจว่าดีมาก
ใดๆ คำกริยาประสมของภาษาญี่ปุ่นมีทั้งหมด 84,000 ล้านคำ ดังนั้นเราจะยกตัวเด่นๆดังๆมาให้ได้รับชมพอเป็นกระสัย
4.3)ภาษาญี่ปุ่น
บทเรียนวันนี้「~はじめる」「~だす」「~おえる(おわる)」「~きる」「あげる」
คือของภาษาญี่ปุ่นเนี่ย คำกริยาประสมของเขาเนี่ย ก็จะมีคุณ影山 (1993) (อ้างอิงใน望月・申、2017) บอกกับเราว่า คำกริยาประสมของภาษาญี่ปุ่นสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ คำประสมเชิงไวยากรณ์ (統語的複合動詞) และ คำกริยาประสมเชิงคำศัพท์ (語彙的複合動詞)
統語的複合動詞

語彙的複合動詞

ซึ่งจริงๆเนี่ย เขาก็จะอธิบายไปต่อด้วยว่า มันมีหลักการแบ่งนู่นนี่นั่นยังไง แต่มันยากมากกกก และสำหรับผู้เรียนจจว่าก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น อยากโฟกัสไปที่การใช้มากกว่า
ซึ่งถ้าจะมานั่งเรียนทุกตัวก็เหน่ยจ้ะ
ดังนั้น ก็เลยขอยกบางตัวที่แบบ มันคล้ายๆกันแล้วมีความงง เป็นอะไรที่แบบ จริงๆหลายๆคนก็คงใช้เป็นแหละ แต่ถ้าไม่ได้เกทหลักการมันจริงๆ ก็จะมีความงงได้บ้างอยู่ดีว่า อ้าวแล้วแบบนี้ล่ะใช้ได้ไหม เงี้ยจ้ะ
ซึ่งบทเรียนวันนี้เราก็จะพูดถึง 6 ตัว คือ「~はじめる」「~だす」「~おえる(おわる)」「~きる」「あげる」
4.3.1) 「~はじめる」「~だす」
คือคุณ 山本 (1983) เนี่ย (อ้างอิงใน 田中、2004) ก็จะบอกเราไว้ว่า ทั้ง 2 คำมันมีความหมายของการเริ่มต้น (開始) หมดเลย เออแล้วมันต่างไง
คุณ 田中 (2004) เนี่ยก็จะบอกเราว่า มันสามารถมองความต่างได้ 3 ประเด็น

จริงๆแล้วเนี่ย นักวิชาการแต่ละคนเถียงกันตาแตกมากเรื่องความต่างของคำพวกนี้ แต่อันนี้ เคี้ยวและย่อยให้พสกนิกรแบบเข้าใจง่ายมาก55555
4.3.1) 「~おえる(おわる)」「~きる」「あげる」
คือพี่สาว田中 (2004) บอกมาก่อนเลยว่า 「~おえる(おわる)」เนี่ย คือการทำอะไรบางอย่างจบแบบมีความตั้งใจ ถ้าเอาให้ง่ายที่สุดคือ คิดซะว่ามันเป็นคำตรงข้ามกับ「~はじめる」
เอ้อ! สุดปัง! คำเดียวจบไม่ต้องพูดมาก!
แต่ใจเย็นก่อนสหายข้า สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร
คือคุณ田中 (2004) ก็จะพูดความต่างของ「~きる」「あげる」ไว้แบบ เออจจเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน และรู้สึกว่า เห็นภาพง่ายมาก ชอบๆ คิดว่าพสกนิกรก็ควรจำไปใช้

ก็จะประมาณนี้
.
5)สรุป
ก็สรุปว่า เพลง Let It Go เป็นเพลงแปลที่ดีมากกกกกทั้งสองเวอร์ชั่นเลย ชอบมากๆๆๆๆทั้งคู่ ในส่วนของการแปลก็พูดกันถึงสามเทคนิคคือ Omission Translation, Collocation Translation, Figurative Senses Translation (Personification) ในส่วนของไวยากรณ์ก็เรียนรู้เรื่อง複合動詞ถึงจะไม่เยอะมากเพราะเวลามีจำกัดแต่จจก็คิดว่าเราได้รากฐานที่ได้ไปในวันนี้
ก่อนจากกันก็ขายของเล็กน้อย
ก็คือ Let It Go เนี่ยมันจะมี Pop Version ด้วยซึ่งร้องโดย Demi Lovato ก็ลองฟังๆดูจ้ะ
ก็สำหรับวันนี้ก็เหนื่อยแล้ว แค่นี้ละกัน
สวัสดี
.
.
.
เอกสารอ้างอิง
เอกสารภาษาไทย
รจิน จันทา. (2554). พจนานุกรม ฉบับมติชน : วิเคราะห์โครงสร้างและความหมายของคำประสม. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
หนึ่งฤทัย ลาที. (2556). การวิเคราะห์การแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยจากหนังสือเรื่องแอตแลนติก มหาสมุทรข้ามกาลเวลา. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
เอกสารภาษาอังกฤษ
Christianto, D. (n.d.). Compound Words in English. Retrieved from https://www.academia.edu/40031870/Compound_Words_in_English
เอกสารภาษาญี่ปุ่น
田中衞子「類義複合動詞の用法一考――日本語教育の視点から――」『言語と文化』10号、2004年1月。
望月圭子・申亜敏「英語・中国語からみた日本語の無界性:複合動詞と空間認知」『多言語からみた日本語複合動詞と日本語教育――第一回研究会』東京外国語大学、2017年。

เจ้าหงิง เรารอบล็อกนี้มาตลอด ประทับใจเหมือนทุกบล็อกที่ผ่านมา เรื่องคำประสมอ่ะ อย่างในภาษาไทยเราเคยเรียนมาเลยรู้ว่ามี ภาษาญี่ปุ่นก็พอเดาได้ว่าคืออะไร แต่ภาษาอังกฤษอ่ะ เราเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกเลยว่าก็มีกับเขาด้วย บางคำเราไม่ได้นึกมาก่อนว่ามันเป็นคำผสม พวก Swimming pool งี้อ่ะ เป็นบล็อกที่ดีมากๆ เราชอบเพลงนี้ด้วย แงงง
ถูกใจชื่นชอบโดย 1 คน
เรื่องคำประสมปังมากเพคะเจ้าหงิง พอแบ่งเป็นประเภทได้แล้วจำง่ายเลยค่ะ
ถูกใจชื่นชอบโดย 1 คน
ก่อนอื่นต้องชื่นชมความสามารถของจจในการสรรหาหัวข้อกับรีเสิร์ชมาก ดูเผินๆแล้วเหมือนเพลงดิสนีย์จะเอามาคอลแลบกับภาษาศาสตร์ได้ยากมากเลย แต่พอวิเคราะห์ดีๆแล้ว เออ มันก็สามารถดึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเพลงมาอธิบายได้อยู่เหมือนกัน เห็นด้วยกับการที่ผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยใช้ compound verb กันเท่าไหร่ ส่วนตัวแล้วมันดูใช้ยากถ้าไม่รู้ความหมายตอนมันมาประกบกันน่ะ แล้วก็ประทับใจในการคุมธีมมาก สมกับเป็นเจ้าหงิง!
ถูกใจชื่นชอบโดย 1 คน
ส่วนตัวชอบเพลงนี้มากเลย personification หรือ 擬人化 เจอเยอะมากเลยในเพลงดีสนีย์ และเขาเล่นคำเก่งมากนะคะ คนแปลก็แปลเก่ง (ยกนิ้วให้) เรื่อง 複合動詞 ภาษาญี่ปุ่นยากนะคะ ภาษาไทยและอังกฤษมีน้อยมาก(เมื่อเทียบกับภาษาญี่ปุ่น) ตอนเขียน 空想作文 ส่วนมากที่เป็นปัญหาคือไม่ได้ใช้ 複合動詞 กัน คนสอนได้เรียนรู้เยอะเลย(จาก blogนี้)
ถูกใจชื่นชอบโดย 1 คน
เป็นหนึ่งในคนที่รอเพลงนี้เหมือนกันค่ะ 🥺 จจทำให้อยากกลับไปฟังทั้ง 3 เวอร์ชันอีกรอบเลย ชอบตรง “สายลมกระซิบ” ของญี่ปุ่น มันเข้ากับฉากนั้นของเอลซ่าจริง ๆ ด้วย
ถูกใจถูกใจ
เป็นหนึ่งในคนที่รอเพลงนี้เหมือนกันค่ะ 🥺 จจทำให้อยากกลับไปฟังทั้ง 3 เวอร์ชันอีกรอบเลย ชอบตรง “สายลมกระซิบ” ของญี่ปุ่น มันเข้ากับฉากนั้นของเอลซ่าจริง ๆ ด้วย
ถูกใจถูกใจ