สวัสดีจ้ะพี่สาว ยังสบายดีกันอยู่ไหมเอ่ย
เวลานี้ศตวรรษที่ 21 ช่างมืดมนและเลวร้าย
อา ตอนนี้พี่สาวอเมริกาก็มีผู้ติดเชื้อโบโลน่าเยอะเหลือเกิน
ชั่ย
วันนี้เราจะมาพูดถึงทวีปอเมริกาเหนือกัน
ไปกันเลยจ้ากับเพลง Colors of the Wind จากเรื่อง Pocahontus จ้าพี่สาววววว

สารบัญ
1)เนื้อเพลง
2)ความประทับใจโดยรวม
3)ประเด็นทางการแปลที่น่าสนใจ
4)ไวยากรณ์ที่น่าสนใจ
5)สรุป
.
.
.
1)เนื้อเพลง
เวอร์ชั่นอังกฤษ https://www.youtube.com/watch?v=O9MvdMqKvpU
เวอร์ชั่นไทย https://www.youtube.com/watch?v=v02cqYb1gns
เวอร์ชั่นญี่ปุ่น https://www.youtube.com/watch?v=fX-XQnzhmjg&t=134s
| You think I’m an ignorant savage and you’ve been so many places I guess it must be so But still I cannot see if the savage one is me how can there be so much that you don’t know? You don’t know You think you own whatever land you land on The Earth is just a dead thing you can claim But I know every rock and tree and creature has a life has a spirit has a name You think the only people who are people are the people who look and think like you But if you walk the footsteps of a stranger you’ll learn things you never knew you never knew Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon or asked the grinning bobcat why he grinned? Can you sing with all the voices of the mountain? Can you paint with all the colors of the wind? Can you paint with all the colors of the wind? Come run the hidden pine trails of the forest Come taste the sun sweet berries of the Earth Come roll in all the riches all around you And for once, never wonder what they’re worth The rainstorm and the river are my brother The heron and the otter are my friends And we are all connected to each other in a circle, in a hoop that never ends How high does the sycamore grow? If you cut it down, then you’ll never know And you’ll never hear the wolf cry to the blue corn moon For whether we are white or copper-skinned we need to sing with all the voices of the mountain We need to paint with all the colors of the wind You can own the Earth and still all you’ll own is earth until You can paint with all the colors of the wind | จิตใจคงจะคิดข้าเป็นคนป่า คงผ่านมามากมายและหลายถิ่น ทุกแดนดินใหญ่ไพศาล แต่แล้วไม่วายแปลกใจ เพราะข้านี้เป็นคนป่าไง มีอีกเท่าไหร่ท่านนั้นไม่รู้มากมาย รู้ไม่จริง จับจองทุกหนไม่ว่าแห่งใดท่านย่างเหยียบ แผ่นดินนี้นั้นมันง่ายดายจะไขว่คว้า แต่หินทุกทุกกอง และพฤกษา กับผองสัตว์ มีทั้งนาม และมีชีวิต แทบทุกสิ่ง หากเป็นมนุษย์ที่สมดัง เหมือนท่านตั้งจิต มีความคิดในแนวเดียวกันที่รู้ วันไหนท่านพร้อมจะเดินตามในรอยเท้าใหม่ จะพบพานกับสิ่งงดงามไม่อาจเคยเจอ จากเสียงร้องระงมดังก้องถึงจันทร์ที่ส่องบนโน้น จนแม้เสือน้อยทำไมจึงได้ฉีกยิ้ม แต่ท่านร้องพร้อมเสียงกังวานจากหุบเขายิ่งใหญ่ และแต่งเติมสีสันในสายลมได้หมดไหม โปรดแต่งเติมสีสันอันงดงามแห่งสายลม ปล่อยใจหลงใหลไปตามความงามทิวสนเถิด กับชิมลิ้มรสพันธุ์เบอร์รี่หวานฉ่ำนี้ ความสมบูรณ์เราจะพบมัน ณ ทุกหนแห่ง และครั้งนึงไม่เคยมองเห็นว่าสำคัญ เปรียบพายุฝนและสายชลเป็นดุจญาติสนิท หมู่มวลมิตรนั้นคือวิหคและสัตว์น้ำ ความสัมพันธ์อันประทับจิต สร้างสิ่งแสนสุข จะหมุนเวียนผ่านจะหมุนไปไกลสุดปลายทาง หากแม้นโค่นต้นไม้ลงก่อน อาจจะไม่รู้เลยว่ามันสูงเพียงใด และคงไร้เสียงครวญครางถึงจันทร์ที่สาดส่องบนโน้น ถึงสีผิวของคนเราจะเป็นอย่างไร โปรดจงร้องพร้อมเสียงกังวานจากหุบเขายิ่งใหญ่ และแต่งเติมสีสันในสายลมให้สดใส สุดดินแดนแม้แสนจะไกล อาจได้ครองไว้หมดเพียงแม้ จิตใจนั้น งดงามดั่งสายลมเพียงอย่างเดียว | なんにも知らないってゆうけど なんにも見たことないってゆうけれど なんにもかもが分かるとゆうの 知らないことばかりよ そうでしょう あなたが踏むこの大地を よく見てごらんなさい 岩も木もみんな生きて 心も名前もあるわ あなたが知らない世界 知ろうとしてないだけ 見知らぬ心の扉 開けてのぞいて欲しいの 蒼い月にほえる狼と 笑うヤマネコの歌 あなたにも歌えるかしら 風の絵の具は何色? 風の絵の具は何色? 森の小道かけぬけて 甘いイチゴはいかが 自然が与えてくれる 愛に身をまかせるの みんな友達いつでも 鳥もカワウソたちも 命は関わりをもつ 丸くて永遠のもの あの木の高さ もし切れば分からない 月と喋る狼の声 あなたには聞こえない 山の声と歌を歌って 風の絵の具で絵を描く そして初めて答えがわかる 風の色は何色か |
.
2)ความประทับใจโดยรวม
2.1)ภาษาไทย
ภาษาดี ภาษาประณีต สวยงาม แต่ แต่ มีหลายท่อนมากเรยงะที่จจฟังแล้วไม่เข้าใจ มาอ่านเนื้อร้อง ก็ยังไม่เข้าใจ5555555555 คือถ้าเป็นภาษาอังกฤษรู้สึกเก็ททุกคำทุกประโยคเลย แต่ภาษาไทยคือแบบ งง แปลว่าไร เอามาเทียบกับภาษาอังกฤษก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง คือคิดว่าเขาเน้นความงามของเสียงของภาษาอาจจะมากไปหน่อยสำหรับเพลงนี้นะ คือเพลงนี้มันกำลังส่งสารที่สำคัญและเป็นธีมหลักของเรื่องนี้เลย แล้วคนดูคือ ฟังเพลงไม่รู้เรื่อง คือจบแล้วหรือเปล่า นี่จจไม่ได้สาปนะก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า
2.2)ภาษาญี่ปุ่น
แปลก็โอเค คือแปลได้เข้าใจ ภาษาสวยงาม แต่แปลไม่ครบของภาษาอังกฤษนะ บางอย่างนี่คือแบบ touchหัวใจจจมาก แต่ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้แปลมาให้เรา เช่น
“…You can own the Earth and still all you’ll own is earth…”
>>>เธออาจจะครองโลก (Earth) ได้ แต่เธอก็ได้ไปแค่ก้อนดิน (earth) (ที่ไร้ชีวิต)
เงี้ย
คือมันเป็นท่อนที่สวย มีการเล่นคำ เออแต่ภาษาญี่ปุ่นก็แปลออกมาไม่ได้ (ที่จริงภาษาไทยก็แปลไม่ได้5555555)
ซึ่งอะ ยาวนิดนึง แต่จะเล่าว่าทำไมแปลยาก
คือ Longacre (1983) เนี่ย บอกเราว่า ภาษามีสองระดับ คือ
I โครงสร้างผิว (Surface Structure) คือ โครงสร้างของรูปภาษา
II โครงสร้างที่อยู่ในความคิด (Notional Structure) คือ โครงสร้างของความหมาย
งงอะดิ อะ ยกตัวอย่างสถานการณ์
เช่น ตำรวจไปเจอยายคนหนึ่งนั่งตัวสั่นอยู่ ตำรวจเลยพูดว่า
“ยายๆ ยายเป็นอะไร” นี่คือ โครงสร้างของรูปภาษา (โครงสร้างผิว)
แต่ความหมายคือ “ยายเป็นอะไรทำไมตัวสั่น” นี่คือ โครงสร้างของความหมาย (โครงสร้างที่อยู่ในความคิด)
คือสิ่งที่เราพูด มันไม่ได้เป็นสิ่งที่เราหมายถึงตลอดเวลางะ แต่ในฐานะนักแปล คุณต้องดึงเอาโครงสร้างที่อยู่ในความคิดขึ้นมาที่พื้นผิวให้ได้งะ
แต่ ณ เวลานี้อะ ยัย Earth (โลก) กับ earth (ดิน) มันเป็นลักษณะที่ รูปกับความหมายมันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไป ก็เลยแยกองค์ประกอบไม่ได้ อะนะจ้ะ
.
3)ประเด็นทางการแปลที่น่าสนใจ
Particularization/Generic to Specific Translation
Generalization/Specific to Generic Translation
อะ ไปทีละอัน
3.1) Particularization/Generic to Specific Translation
กรณีศึกษา “Berries” “เบอร์รี่” 「イチゴ」
คือเพลงนี้อะ มันเป็นเพลงที่โดยรวมเนี่ย ยัยนางเอกโพคาฮอนทัสเนี่ย เป็นชนพื้นเมืองอเมริกัน แล้วเจ้าพระเอกเนี่ย เป็นคนยุโรปที่อพยพมาเมกา ยัยโพคาโพคาก็เลยแนะนำบ้านเมืองชีให้รู้จัก
เพราะฉะนั้นเนี่ย มันก็เลยปรากฎชื่อคนสัตว์สิ่งของที่ native to North America เยอะมาก แล้วแบบ ต้องแปลมาเป็นไทยเอยญี่ปุ่นเอย ซึ่งเราก็คือเอเชียหัวดำเคี้ยวข้าวงะ แบบก็จะไม่รู้จักต่างๆ
เพราะงั้นเงี้ย ก็เลยมีการ employ เทคนิคการแปลต่างๆมาเยอะ
อันแรกที่เราจะแนะนำคือ particularization ง่ายๆก็คือ พอแปลออกมาแล้วเนี่ย ใช้คำที่มีความหมายแคบลง
| Berries | イチゴ |
คือภาษาไทยเนี่ย ตัดไป เพราะแปลตรงตัว แต่พี่สาวญปทำไมแปลว่า イチゴอะ


คือเบอร์รี่มันเป็นประเภทใหญ่ มีหลายชนิด ซึ่ง イチゴ เป็นแค่หนึ่งในนั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าแปลมาแล้วใช้คำที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นอย่างเงี้ย ก็คือ Particularization
ซึ่งก็ไม่ทราบเหมียนว่าทำไมถึงไม่แปลว่า ベリー ไปเลย หรือว่าตอนที่เพลงนี้ออก (1995) คนญี่ปุ่นยังไม่ค่อยนิยมเบอร์รี่ แจงก็ไม่รู้ แจงก็ไม่รู้ อยากรู้ต้องไปถามเทวดา
3.2Generalization/Specific to Generic Translation
อันนี้ก็จะสลับกัน คือเมื่อกี้แปลให้เล็กลง ให้ความหมายเฉพาะเจาะจงมากขึ้น อันนี้คือแปลให้ความหมายกว้างขึ้น เช่น heron เนี่ย คือเป็นนกชนิดหนึ่งเลย เขาก็แปลแบบกว้างๆเอาว่า วิหค, 鳥 งี้
ซึ่งอันนี้ค่อนข้างเข้าใจง่าย คือคนไทย/คนญปไม่ได้รู้จักนก heron อะ ก็ต้องเปลี่ยน แค่นั้นเอง
| heron | วิหค | 鳥 |
| otter | สัตว์น้ำ | |
| sycamore | ต้นไม้ | 木 |
แต่ว่าอย่างบางอันในเพลงนี้ที่จจว่าจริงๆมันแปลได้ แต่เขาจงใจ generalize เพื่อความลงล็อกของจำนวนคำ ของจังหวะเสียงไรงี้ เช่น
| rock | หิน | |
| tree | พฤกษา | |
| pine | 森 |
ซึ่งจจชอบเทคนิค generalization เป็นการส่วนตัว คือถ้าแปลอะไรที่ผู้อ่านปลายทางไม่รู้จัก ก็ generalize มันไปเลย จบ555555 แต่ก็นะบางคนก็อาจจะชอบๆ cultural substitution ก็ได้ (ดูเพิ่มเติมบล็อกสโนน้อยเรือนงาม ) ก็ว่าไป
.
4)ไวยากรณ์ที่น่าสนใจ
Preposition, คำบุพบท, 助詞
กรณีศึกษา “to” “ถึง” 「に」
คือทั้งสามคำอะ มันเข้าใจง่ายนะในเชิงความหมาย แต่ในเชิงไวยากรณ์ มันมีความซับซ้อน สับสน ไม่งงจะงงมาก อยู่เล็กๆ ซึ่งถ้าเอา 3 ภาษามาเทียบนะ จะเห็นชัดมาก
| Have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon? | จากเสียงร้องระงมดังก้องถึงจันทร์ที่ส่องบนโน้น | 蒼い月にほえる狼 |
คือทั้งสามคำ มันแสดงความหมายของ การเชื่อมต่อ/การมีความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่ง ทั้งหมดเลย แต่เวลาที่เราพูดถึง ชนิดของคำ (Part of Speech/品詞) เนี่ย มันจะต่างกัน ซึ่งคุณอัษฎายุทธก็ได้สรุปไว้ให้เราแล้ว

อะ ไปดูทีละอันกัน
4.1)Preposition/คำบุพบท
Preposition คืออะไร
ก็คือ คำที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่ง ในที่นี้ก็คือ cry กับ moon
ซึ่งในตัวภาษาไทยเนี่ย ก็จะเรียก คำบุพบท
แล้วคำบุพบทคือไร
คุณสันติวัฒน์ เนี่ย ก็บอกไว้ว่ามันคือ “คำที่ใช้นำหน้านาม สรรพนาม กริยาสภาวมาลา เพื่อบอกตำแหน่ง หน้าที่ และแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำหรือประโยค (ระหว่างคำหน้ากับคำหลัง ประโยคหน้า กับ ประโยคหลัง)”
ซึ่งในที่นี้ก็คือ เสียงร้อง กับ จันทร์
เออ ก็ตรงตัวดี ไม่เห็นมีอะไร
คือก็อย่างตารางเปรียบเทียบชนิดของคำที่นำเสนอไปข้างบนอะ จะเห็นว่าคำบุพบทเนี่ย มันเทียบทาบได้ตรงกับ preposition พอดี
ซึ่งมันเป็นเพราะว่า คือตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เนี่ย ตะวันตกเขาศึกษาไวยากรณ์กัน แล้วหลายๆประเทศก็ได้รับอิทธิพลที่ว่ามา เรียกความรู้ตรงนี้ว่า ไวยากรณ์ดั้งเดิม (Traditional Grammar)
ซึ่งไทยเราก็ได้อิทธิพลเขามา ถึงเกิดเป็นหนังสือ หลักภาษาไทย ของพระยาอุปกิตศิลปสาร

แต่ยัยไวยากรณ์ดั้งเดิมเนี่ย จะถูกวิจารณ์ว่า เอาแนวคิดของฝรั่งไปครอบภาษาอื่นๆหมด ไม่ได้ดูเล้ยยว่าแต่ละภาษาเขาก็มีลักษณะเด่นของเขา
ดังนั้นเนี่ย ภาษาบางภาษาเขาก็จะมีเรื่องของการแบ่งชนิดของคำของเขาเอง พี่สาวญปก็ใช่
เพราะงั้นเงี้ย ถึงจะมาเทียบประโยคกันจะๆแบบนี้เนี่ย ก็ไม่ได้แปลว่า 「に」จะถือว่าเป็น preposition/คำบุพบทหรอกนะ
อ้าว แล้วเป็นไรอะ
4.2)助詞 (คำช่วย)
อะไรคือคำช่วย
คือยัยคำช่วยเนี่ย จะวางไว้หลังคำต่างๆในประโยค เพื่อบอกฟังก์ชั่นอะไรบางอย่าง เช่น
私が払います
ก็คือจะบอกว่า 私 เนี่ย เป็นประธานของประโยค
เออแต่ที่นี้เนี่ยยัยคำช่วยก็มีหลายประเภทมาก ได้แก่
| 格助詞 (คำช่วยแสดงการก) | 連体助詞 (คำช่วยแสดงส่วนขยาย) | 取立助詞 (คำช่วยเน้นความ) |
| 係助詞 (คำช่วยแสดงหัวเรื่อง) | 副助詞 (คำช่วยเสริมปริบท) | 並立助詞 (คำช่วยเรียงคำ) |
| 接続助詞 (คำช่วยสันธาน) | 終助詞 (คำช่วยท้ายประโยค) | 間投助詞 (คำช่วยทิ้งท่วง) |
| 複合助詞 (คำช่วยประสม) | 準用助詞 (คำกึ่งคำช่วย) |
ซึ่งเจ้า ニ เนี่ย ก็เป็นคำช่วยแสดงการก (อ่านว่า กา-รก)
เออ แล้วการกคือไร
คุณ Nitta ก็จะสรุปให้เราฟังง่ายๆว่า การกคือ สิ่งที่แสดงความสัมพันธ์กับนาม หรือนามวลี (เออแต่ตรงนี้มันก็ยังเถียงกันอยู่ว่ามันมี limit ไปที่ตรงไหน) แต่ง่ายๆคือ มันเน้นแสดงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบในประโยค
ถ้าในที่นี้ ก็แสดงความสัมพันธ์ของ 月 กับ ほえる
เออ สรุปสิ่งที่จจจะบอกก็คือ เอาง่ายๆ ตัว preposition/คำบุพบทเนี่ย มันจะพูดถึงคำเชื่อมที่แสดงความสัมพันธ์ของ constituent ในประโยค แต่ に เนี่ย ไม่ถือว่าเป็น preposition ใดๆทั้งนั้น เพราะภาษาญี่ปุ่นมีลักษณะของตนเองที่เฉพาะ จึงไม่ยึดโยงตัวเองกับ traditional grammar นางคือคำช่วย ได้ยินไหมจ้ะ ฉันคือคำช่วยๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ถ้าต้องแบ่งประเภทเนี่ย ก็จะเห็นว่ามันจะจัดเป็น คำช่วยแสดงการก ซึ่งยัยการกเนี่ยคือสิ่งที่แสดงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบในประโยคเหมือนกัน
ดังนั้นก็เลยเห็นได้ว่า แม้ชนิดของคำจะต่าง (preposition/คำบุพบท VS 助詞) แต่ลักษณะของความหมายก็จะวนเวียนอยู่กับคำที่แสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆในประโยค
.
5)สรุป
สรุปได้ว่า เพลงนี้ก็เป็นเพลงอีกเพลงหนึ่งที่แปลออกมาได้โอเค อาจจะมีพลาดบ้างไรบ้างทั้งไทยทั้งญปแต่เข้าใจว่าก็ยากอยู่ ในเรียนรู้เทคนิคการแปลเพลง Particularization กับ Generalization ในส่วนของไวยากรณ์อาจไม่ได้เจาะลึกในแง่ของวิธีใช้ แต่ก็ได้ชี้ให้เห็นถึงรากฐานที่สำคัญว่า แม้ความหมายจะเหมือนกัน แต่ในเชิงไวยากรณ์ถือว่าเป็นคำคนละชนิด คือไทยและอังกฤษ(ที่ตำราเดียวกัน)คือ preposition/คำบุพบท แต่ภาษาญี่ปุ่นคือ 格助詞 ซึ่งต้องเป็นเรื่องที่เราต้อง aware ในการศึกษาภาษาญี่ปุ่นนะพี่สาว
ก่อนจากกัน ขายของเช่นเคย
คือเพลงนี้เนี่ย แน่นอนว่าคือ movie version แต่ก็จะมี pop version เช่นกันที่ร้องโดย Tori Kelly ซึ่งเพราะมาก ไปฟังได้เลยจ้ะ
สำหรับวันนี้ ลาไปก่อน
สวัสดี
.
.
.
เอกสารอ้างอิง
รัชนีโรจน์ กุลธำรง. (2552). องค์ประกอบของความหมายในคำศัพท์. ใน ความรู้ความเข้าใจเรื่องภาษาเพื่อการแปล: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพรรณี ปิ่นมณี. (2562). การแปลความเฉพาะตัวทางวัฒนธรรมเชิงวัตถุ. ใน ภาษา วัฒนธรรมกับการแปล : ไทย-อังกฤษ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 85-87
โศรยา วิมลสถิตพงษ์. (2558). การศึกษาภาษาไทยตามแนวภาษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
หนึ่งฤทัย ลาที. (2556). การวิเคราะห์การแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยจากหนังสือเรื่องแอตแลนติก มหาสมุทรข้ามกาลเวลา. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
Nova Southeastern University. Prepositions. Retrieved from https://www.nova.edu/tutoring-testing/study-resources/forms/prepositions.pdf
สันติวัฒน์ จันทร์ใด. ประเภทของคำ. สืบค้นจาก
https://curadio.chula.ac.th/Images/Class-Onair/th/2018/2019-03-04-2542-d468118.pdf
Nitta Yoshio. Case in Japanese. Retrieved from http://www.nkg.or.jp/wp/wp-content/uploads/2018/04/97_caseinjapanese.pdf
อัษฎายุทธ ชูศรี. ประเด็นที่ ๔ ระบบหน่วยคำและชนิดของคำในภาษาญี่ปุ่น. ใน แปดประเด็น ภาษาศาสตร์ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น.

สงสัยนะ…คิดว่าที่เขาใช้ イチゴ เพราะสำหรับคนญี่ปุ่นมันเป็น 代表 ของベリー เลย คนญี่ปุ่นชอบ イチゴ มากๆ พูดถึง ベリー สำหรับเขาก็คือ ストロベリー ชอบถึงขนาดเอามาทำเป็น ショートケーキ (ใช้ イチゴ ) ซึ่งเป็นเค้กแบบที่คนญี่ปุ่นคิดเอง (ร้านฟุจิยะ) รอบนี้มีหนังสือของพระยาอุปกิตศิลปสารด้วย…ว้าวมาก classic เชียว
ถูกใจชื่นชอบโดย 1 คน