โลกคือละครทุกคนต้องแสดงทุกคนทำไป

สวัสดีจ้ะทุกท่าน โอ เจ้าหงิงตรากตรำพร่ำทำงานราชการ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ดูแลมวลมหาประชาชน ให้ประชาชนรอดพ้นภัยปลอดจากไข้หวัดCOVID 19

ศัตรูตัวร้าย ยัยโคขวิด

อย่างไรก็ดี วันนี้เจ้าหงิงกลับมาอีกครั้งกับบทเพลงแสนหวาน

ใครไม่มิน จัสมิน!

ในเพลง A Whole New World จากเรื่อง Aladdin จ้าแม่จ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

พี่มองเห็นหนูเหรอ จีนี่ ไม่ได้กล่าว

สารบัญจ้ะ

1)เนื้อเพลง

2)ความประทับใจโดยรวม

3)ประเด็นทางการแปลที่น่าสนใจ

4)ไวยากรณ์ที่น่าสนใจ

5)สรุป

งั้นไปกันเลยยยยยยยย

.

.

.

1)เนื้อเพลง

1.1)เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษhttps://www.youtube.com/watch?v=EXTLJmYsaUQ

1.2)เวอร์ชั่นภาษาไทย https://www.youtube.com/watch?v=sZJ6t7TPmos&t=65s

1.3)เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น https://www.youtube.com/watch?v=Z8fmrfZErmc

[Aladdin]
I can show you the world
Shining, shimmering, splendid
Tell me, princess,
now when did you last let your heart decide?
I can open your eyes
Take you wonder by wonder
Over, sideways and under
On a magic carpet ride
A whole new world
A new fantastic point of view
No one to tell us, “no”
Or where to go
Or say we’re only dreaming

[Jasmine (and Aladdin)]
A whole new world
A dazzling place I never knew
But when I’m way up here
It’s crystal clear
That now I’m in a whole new world with you
(Now I’m in a whole new world with you)

[Jasmine]
Unbelievable sights
Indescribable feeling
Soaring, tumbling, freewheeling
Through an endless diamond sky

[Jasmine (and Aladdin)]
A whole new world
(Don’t you dare close your eyes)
A hundred thousand things to see
(Hold your breath; it gets better)
I’m like a shooting star
I’ve come so far
I can’t go back to where I used to be

[Aladdin (and Jasmine)]
A whole new world
(Every turn, a surprise)
With new horizons to pursue
(Every moment, red-letter)

[Together]
I’ll chase them anywhere
There’s time to spare
Let me share this whole new world with you

[Aladdin (and Jasmine)]
A whole new world
(A whole new world)
That’s where we’ll be
(That’s where we’ll be)
A thrilling chase
(A wondrous place)

[Together]
For you and me
[อะลาดิน]
 เธอจะพบโลกใบใหม่
ชวนนิ่งชมวิเศษสวยงาม
นานใช่ไหมไม่เคยได้ทำอย่างใจปรารถนาสักอย่าง
เธอจะได้ชมทุกอย่าง
เธอจะชอบใจ ประทับใจ
บินให้สูงหรือต่ำใกล้ดิน
ขี่พรมเหาะไปไกลสุดฟ้า
โลกใหม่สวยงาม
ตื่นตาเย้ายวนแปลกไม่เคยเจอ
จะไปสุดฟ้ากว้างไกล
ไม่ฟังเสียงใคร
จะเหินลอยไปดุจความฝัน  

[จัสมิน (อะลาดิน)]
โลกใหม่สวยงาม
ไม่เคยรู้เลยว่าสวยเพียงใด
แต่หากวันนี้ได้ชม
สุขสมฤทัย
และได้มาอยู่ในโลกใบใหม่กับเธอ
(อยู่ในอ้อมกอดฉันกับโลกใบใหม่)  

[จัสมิน]
งามหยาดเยิ้มเกินจะเอ่ย
เกินเฉลยเพียงแต่ถ้อยคำ
ลอยถลาบินแผ่วพลิ้วไป
ดาวน้อยใหญ่จับปลายขอบฟ้า  

[จัสมิน (อะลาดิน)]
โลกใหม่สวยงาม
(ลืมดวงตาของเธอมั่น)
อีกหมื่นร้อยพันอย่างน่าเชยชม
(หายใจลึกเธอจะไม่กลัว)
อย่างกับเป็นเหมือนดาวตก
เหาะข้ามไปไกล
ก่อนที่จะกลับสู่โลกที่เคยอยู่มา  

[อะลาดิน (จัสมิน)]
โลกใหม่สวยงาม
(มองทางใดดูแปลกใหม่)
สุดขอบฟ้าไกลจากนั้นตรงไป
(ทุกนาทีดูเปี่ยมสำราญ)  

[พร้อมกัน]
เวลาผ่านพ้นตามไปสุดผืนดินใด
โลกใบใหม่เราสองคนอยู่ด้วยกัน  

[อะลาดิน (จัสมิน)]
โลกใหม่สวยงาม
(โลกใหม่สวยงาม)
อยู่เคียงสองเรา
(อยู่เคียงสองเรา)
สุขกันสองคน
(สุดขอบฟ้าไกล)  

[พร้อมกัน]
กับฉันและเธอ
「アラジン」
見せてあげよう 
輝く世界
プリンセス
自由の花をほら
目を開いて
この広い世界を
魔法のじゅうたんに身をまかせ
大空
雲は美しく
誰も僕ら
引きとめ
しばりはしない  

「ジャスミン(アラジン)」
大空
目が眩むけれど
ときめく胸
初めて
あなた見せてくれたの
(素晴らしい世界を)  

「ジャスミン」
素敵すぎて
信じられない
きらめく星は
ダイヤモンドね  

「ジャスミン(アラジン)」
A Whole New World
(目を開いて)
初めての世界
(怖がらないで)
流れ星は不思議な
夢に満ちているのね  

「アラジン(ジャスミン)」
素敵な
(星の海を)
新しい世界
(どうぞこのまま)  

「一緒に」
二人きりで 明日を
一緒に見つめよう  

「アラジン(ジャスミン)」
このまま
(二人が)
素敵な
(世界を)
見つめて
(あなたと)

「一緒に」
いつまでも

.

2)ความประทับใจโดยรวม

2.1)ภาษาไทย

แปลสวยแปลดี แปลได้ไม่ติด ชอบมาก แล้วแบบ คือใช้คำได้มีความกาพย์กลอน ความววรณศิลป์มากอะ คือแบบ เห้ยไม่ใช่แค่คุณรู้ภาษาไทยเบสิคแล้วจะสรรสร้างคำได้สวยเบอร์นี้นะ มันต้องชำนาญภาษาไทยมากม้ากกกกกจริงๆ จจเองยังทำไม่ได้เลย ยอมแล้ว

2.2)ภาษาญี่ปุ่น

ก็ดี ไม่มีอะไรหวือหวา แต่รู้สึกว่ารอบนี้เขามีลักษณะ ใช้คำน้อยแต่กินความมาก คือแบบ คำเดียว รู้เรื่อง แบบ ถ้าเทียบกับภาษาอังกฤษที่ใช้ adj ที่สามสี่ห้าตัว ญปมาสองสามตัวจบ เงี้ย เออก็รู้สึกว่า ค่อนข้างสรุปรวบรัดคำได้ดีเพราะความหมายก็ยังครบ ถือว่าประสบความสำเร็จนะพี่สาว

.

3)ประเด็นทางการแปลที่น่าสนใจ

Non-linguistic context

กรณีศึกษา 「自由の花をほら」

คืออะไร

คือมันมีประเด็นว่า เนี่ยน้าเวลาเราแปล แล้วมันต้องคิดหาคำแปลเนี่ย มันต้องดูบริบท (context) ประกอบไปด้วย ซึ่งบริบทเนี่ย มันจะมีได้ 2 ประเภท คือ

Linguistic Context ก็คือดูคำที่อยู่ข้างหน้า ข้างหลัง แล้วคิดหาความหมาย แล้วแปล

Non-linguistic Context คือต้องเอาข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากแค่ตัวบทและตัวภาษา (Extra-textual Information) มาเสริมสร้างเพื่อคิดหาคำแปลสุดปังตามแบบฉบับเจ้าหงิง

ซึ่งจจมองขาดเลยว่า ในเพลงนี้มีจุดหนึ่งที่ใช้ extra-textual information ในการคิดหาคำแปลได้อย่างเจี้ยมจ้อด แล้วสามารถที่จะสร้าง gimmick ใหม่ให้กับเพลงในลักษะที่ต้นฉบับเองก็ทำไม่ได้

นั่นคือ 「自由の花をほら」

ลองเทียบกันเลย

Tell me, princess,
now when did you last let your heart decide?
นานใช่ไหมไม่เคยได้ทำอย่างใจปรารถนาสักอย่าง  プリンセス
自由の花をほら

คือตัวภาษาอังกฤษเนี่ย จะถามว่า “ครั้งสุดท้ายที่เธอได้ทำตามใจตัวเองคือเมื่อไหร่กัน” ซึ่งเนี่ย เป็น Rhetoric Question อย่างที่เคยพูดไปแล้วในบล็อกสงสารแต่แม่ปลาบู่คือคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ซึ่งเรารู้ตรงนี้ได้เพราะเรารู้เนื้อเรื่อง

แล้วเนื้อเรื่องมันว่าไง

คือไม่มีไร คือยัยเจ้าหงิงจัสมินเนี่ยโดนกักบริเวณให้อยู่แต่ในวังไง แล้วยัยอะลาดินเนี่ยก็ขี่พรมมาวิเศษมาพานางหนีเที่ยวตอนกลางคืน แล้วก็แซวยัยจัสว่าเออเธอเนี่ย ไม่มีอิสระล่ะสิ งี้

ซึ่งนักแปลภาษาไทยสามารถที่จะใช้บริบทของเรื่องมาผสานในการตีความคำถามได้ จึงสามารถแปลออกมาได้ถูกต้องว่า นานใช่ไหมไม่เคยได้ทำอย่างใจปรารถนาสักอย่าง งี้

ทว่า ในส่วนของภาษาญี่ปุ่น กลับบอกว่า “เอ้า ดอกไม้แห่งอิสรภาพ”

ดอกไม้ไรจ้ะ???

คือถ้าคุณผู้ชมดูฉากที่อะลาดินพูดประโยคนี้ดีๆนะ 0.42

มันคือฉากที่อะลาดินให้พรมวิเศษเด็ดดอกไม้ให้จัสมินพอดี!!!

เห้ยแล้วคือแบบ ยัยญี่ปุ่นคือไปช่างสังเกตขนาดนั้นได้ยังไงว่าฉากที่ภาษาอังกฤษจะร้องว่า Tell me, princess, now when did you last let your heart decide? คือฉากเด็ดดอกไม้ให้จัสพอดี แล้วก็แบบ ชึบ ฉวยเอาโมเม้นนั้นมาเล่นกับคำแปลเลยว่า เอ้า ดอกไม้แห่งอิสระ คือเลิศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศ

แล้วแบบ มันขับให้ความเป็นดอกไม้พิเศษไปอีก เพราะดอกไม้จะถูกใช้เป็นสัญญะของความรักเชิงชู้สาวเยอะมาก แล้วมันยังมีความหมายของการเป็นของขวัญ ดังนั้นอะลาดินที่มาพาจัสมินไปสู่อิสรภาพคือการที่ชายหนุ่มรูปงามมอบของขวัญให้กับเจ้าหงิงที่เขารัก

สุดปังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

คือ คุณไม่ใช่แค่เอาบริบทของเนื้อเรื่องมาใช้ได้ แต่คุณสามารถเอาบริบทของฉากในภาพยนตร์มาด้วยได้ แล้วแบบ มันทำให้ฉากที่ตอนแรกธรรมดาๆในเวอร์ชั่นต้นฉบับ กลายเป็นฉากที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจขึ้นมา มีความ もののあわれ มากกกกกกกกกกกก

คือผู้แปลเนี่ย มีความสามารถในการวิเคราะห์ (analysis) และสังเคราะห์ (synthesize) จนสามารถที่จะใช้ข้อมูลบริบทที่อยู่นอกเหนือจากตัวภาษา มาถ่ายทอดบทแปลโดยมีความเกาะเกี่ยวความ (coherence) ที่เลิศมากได้ กราบแม่แบบเบญจางคประดิษฐ์

.

3)ไวยากรณ์ที่น่าสนใจ

เหตุกรรตุวาจก (Causative Voice)

กรณีศึกษา「見せてあげよう」「目を開いて」

I can show you the world
(ฉัน)
เธอจะพบโลกใบใหม่
(เธอ)
見せてあげよう 
(ฉัน)
I can open your eyes
(ฉัน)
เธอจะได้ชมทุกอย่าง
(เธอ)
目を開いて
(เธอ)

คือมันเริ่มจากความสงสัยว่า ภาษาอังกฤษเนี่ยพูดว่า “ฉัน” จะให้เธอเห็นโลก “ฉัน” จะเบิกตาเธอ แต่พอแปลเป็นไทยและญี่ปุ่น มันกลับมีการเปลี่ยนประธาน/มุมมองเป็น “เธอ” แทน เลยงองมาก

เออนั่นแหละ เลยอยากรู้ว่า ทำไมต้องทำอย่างนั้น ทำไมถึงมีการเปลี่ยนมุม ทำไมแปลไปเลยไม่ได้ สรยุทธมาด้วยเหรอ

เลยไปลองค้นดู ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจมาก เอาเป็นว่า ลองไขปริศนาลับขุมสมบัติเกาะร้างไปทีละภาษาละกันจ้ะ

3.1)ภาษาไทย

โครงสร้างกริยาเรียง (Serial Verb Construction, SVC)

คือจจลองแปลเองดูว่า “ฉันจะทำให้เธอได้เห็น…” อย่างเงี้ย มันสามารถพูดได้ไหมในภาษาไทย

ซึ่งก็คิดว่าพูดได้นะ555555555555

เออแต่เพื่อความชัวร์ ก็ลองไปค้นมา จนพบว่า วิธีการพูดแบบนี้เนี่ย เขาเรียก “โครงสร้างกริยาเรียง” (SVC)

เออ แล้ว SVC มันคือไร

คุณ Timotej (2015) ก็จะบอกไว้ว่า กริยาเรียงคือการเอากริยามาต่อๆกัน โดยแม้ว่าโดยปกติแล้ว 1 กริยา = 1 action ก็ตามเนี่ย แต่ใน SVC คือคุณมีกริยาเป็นกี่ตัวก็ช่างเหอะ แต่ action ก็จะยังมีแค่อันเดียว เพียงแต่ว่า action นั้นน่ะ มันจะมีความซับซ้อนที่มากขึ้น

ซึ่งสำหรับภาษาไทย คุณชลธิชา (2548) ได้บอกเราว่า กริยาเรียงของภาษาไทยมีถึง 8 กลุ่ม ได้แก่

ซึ่งสิ่งที่จะใช้เนี่ย คือ SVC ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ให้” ซึ่งก็จะมีการอธิบายว่า มันกฎเหล็กคือ ประธานและกรรมในประโยค ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ไม่งั้นจะผิด

เช่น

นวลทาสีให้บ้าน เงี้ย คือไม่ได้

แต่ว่าในเพลงของเรา ทั้งจัสมินและอะลาดินเป็นสิ่งมีชีวิตทั้งคู่ แปลว่าสามารถใช้อย่างถูกไวยากรณ์นะ!

ดังนั้น ขอสรุปเลยว่า สำหรับภาษาไทย ที่ไม่แปลแบบ causative เพราะว่า คำน่าจะยาวเกินโควต้าน่ะ เลยต้องบิด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการแปลเพลงอะเนาะ

3.2)ภาษาญี่ปุ่น

ทีนี้ในส่วนของพี่สาวญี่ปุ่น พอไปศึกษาเรื่องของการใช้เหตุกรรตุวาจก (使役態) เนี่ย ก็จะมีกฎที่น่าสนใจหลายๆอย่าง

อย่างแรกเลย คือคุณอัษฎายุทธบอกเราว่า ภาษาญี่ปุ่นเนี่ย มันจะผันเป็นรูปให้กระทำได้ถูกมะ เช่น

見る>見させる

เออแต่ทีนี้เนี่ย มันจะมีบางคำที่แบบ มันจะมีคำคู่ของมันอยู่แล้ว เช่น

見る>見せる

เออแล้วทีนี้อะ ถ้ามันมีคำคู่ของมันอยู่แล้ว คนญปก็จะนิยมใช้คำคู่นั้นแหละ ไม่ผันให้เหนื่อยหรอก

เพราะงั้น「見せてあげよう」เคลียร์!

เออแล้วทำไม「目を開いて」ถึงไม่แปลว่า「目を開かせる」ล่ะ

ก็ไปค้นมาจ้ะ

ก็คือคุณヘレナเนี่ย ก็จะบอกเราว่า 使役 มันจะมีหลายความหมายดังนี้

ซึ่งในการที่อะลาดินบอกกับจัสจัสว่า จะเปิดโลกเปิดตาเธอ คือมันก็มีความตั้งใจถูกมะ เออแต่มันก็ไม่ได้เป็นเซนส์ของความบังคับ จูงใจ ออกคำสั่ง หรืออนุญาตอะไรเลย คือง่ายๆว่า ในสถานการณ์นี้ถ้าเราพูดว่า「目を開かせる」คือความหมายมันจะเพี้ยนไปจากต้นฉบับ

คือมันจะฟังเหมือนกับว่า อะลาดินเป็นโรคจิตที่แบบ “ฮี่ฮี่ เปิดตาเธอสิจ้ะแม่สาวน้อย ถ้าเธอไม่เปิดเดี๋ยวฉันจะทำให้เปิดเอง” ไรงี้ไปเลย น่ากัวมาก นี่จจวิเคราะห์นะ

นั่นแหละ เอาเป็นว่า สามารถสรุปได้ว่า ภาษาญี่ปุ่นที่ไม่แปลแบบ 使役 เพราะว่า มันผิด มันไม่ได้ ความหมายมันจะเพี้ยน ไม่ทำกัน เงี้ยอะจ้ะ

.

5)สรุป

สรุปได้ว่า A Whole New World ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่แปลได้ดีทีเดียว แบบ มงลงไปเลย เป็นเพลงร้องคู่ด้วยเออเริส จะเห็นว่ามีมิติของการนำ extra-textual information มาเสริมสร้างการแปลได้อย่างน่าประทับใจ และได้เรียนรู้การแปล causative voice ได้พูดถึง SVC ในภาษาไทยและ 使役態 ของภาษาญี่ปุ่น ก็จะเห็นว่าด้วยลักษณะทางไวยากรณ์ที่ต่างทำให้ต้องเปลี่ยนการแปลต่างๆกันไป

ก่อนจากกัน จจขอขายของ(อีกแล้ว)

คืออย่างที่บอกว่าเพลงดิสนีย์เนี่ย มันจะมีทั้ง movie version และ pop version

ซึ่ง pop version คืออันนี้จ้ะ https://www.youtube.com/watch?v=PmvT7B3u7II

ละทีนี้ปีก่อน (2019) มันมีการนำ Aladdin มาทำเป็น Live Action (写実版)

ขอพรวิเศษได้เลยจ้ะ

และแน่นอนว่า A Whole New World ก็ถูกร้องใหม่

เวออิ้งนี่จ้ะ https://www.youtube.com/watch?v=eitDnP0_83k

เวอไทยนี่จ้ะ https://www.youtube.com/watch?v=oqss15Xa3ho

เวอญี่นี่จ้ะ https://www.youtube.com/watch?v=j2Q9UNfio-c

ทีนี้ในส่วนของ pop version ก็ถูกร้องใหม่เหมือนกัน

นี่จ้ะ https://www.youtube.com/watch?v=I7mI8zoSC24

ใดๆก็ตาม ทีเด็ดของ 2019 version คือมีเพลงใหม่ ชื่อ Speechless

ชอบม้ากกกกกกกกกกกกก แต่ไม่ได้ยกมาแปล เพราะตัว Japanese movie version ของเพลงนี้หาตัวเต็มไม่มี เลยทำไม่ได้TOT

เอาเป็นว่า เอาลิงค์ไป

เวออิ้ง https://www.youtube.com/watch?v=mw5VIEIvuMI

เวอญี่ https://www.youtube.com/watch?v=f1A1qFbmTsw

เวอไทย https://www.youtube.com/watch?v=pS8fOtn9Yoo

รู้สึกวันนี้มีเพลงแถมเยอะ555555

เอาเป็นว่า ช่วงนี้โควิด19เครียดๆ ก็นั่งฟังเพลงไปนะจ้ะ เพราะทุกอันเลยรับรองได้

สวัสดี

.

.

.

เอกสารอ้างอิง

รัชนีโรจน์ กุลธำรง. (2552). ความรู้ความเข้าใจเรื่องภาษาเพื่อการแปล: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรสา สุขก้อน. (2557). การจำแนกประเภทโครงสร้างกริยาเรียงในภาษาไทย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Timotej Sefcovic. (2015). Serial Verb Construction. Palacky University Olomouc.

ヘレナ・シュタインバフ「日本語の使役表現について」Retrieved from https://ir.lib.hiroshima-u.ac.jp/files/public/4/44666/201801301319145191/ReportJTP_32_19.pdf

อัษฎายุทธ ชูศรี. ประเด็นที่ ๕  ระบบประโยคในภาษาญี่ปุ่น. แปดประเด็น ภาษาศาสตร์ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น.

3 ความเห็นบน “โลกคือละครทุกคนต้องแสดงทุกคนทำไป

  1. กว่าจะเขียนแต่ละบทความหนึ่งออกมาได้ คงต้องใช้กำลังและเวลาในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ตีความพอสมควรเลย ดีมากค่ะ blog นี้สนุกและมีประโยชน์มาก มีประเด็นน่าสนใจและนำแต่ละประเด็นมาตีความการแปลเพลงสามภาษา เรื่องของวันนี้ก็สนุกค่ะโครงสร้าง SVC ก็สำคัญ 使役 ก็มีเกร็ดดีๆมาฝากคนอ่าน ที่สำคัญเอามารวมกันและตีความแบบ จจ. ได้อีก

    ชื่นชอบโดย 1 คน

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น