หล่อนมีพิรุธอีกแล้วนะ

สวัสดีจ้าพสกนิกรทุกท่าน

โอ เจ้าหงิงแสนเหนื่อย

ช่วงนี้กิจการไม่ดี โรคภัยระบาด ทว่า เจ้าหงิงไม่เคยหยุดยั้งที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์กับพสกนิกรที่รัก

เมื่อวันก่อน ราชครูได้แบ่งปันบทเรียนสุดปังแก่เจ้าหงิง

“โอพระองค์หงิง ในการจะเป็นผู้ปกครองที่ดี ท่านต้องมีวาจาที่เฉียบคมและดึงดูด”

“โอพระอาจารย์ ท่านหมายความว่ากระไรฤา”

“นั่นคือ ท่านต้องเป็นนักพูดตัวฉกาจอย่างไรล่ะ”

เจ้าหงิงจึงได้ฝึกฝนเทคนิคการเล่าเรื่องแบบเยี่ยว เพื่อที่ว่าหากวันหนึ่งถูกขับออกจากราชวงศ์แล้ว จะได้ไปทำอาชีพ เดี่ยวไมโครโฟน1

โอ ท่านราชครูก็ให้แบบฝึกหัดมา

เริ่มแรกเจ้าหงิงก็ลองดูว่า ถ้าเป็นตนเองจะเล่าเรื่องราวนี้อย่างไร แล้วลองเปรียบเทียบกับตัวอย่างของราชครูว่าเรามีช่องว่างมากต่างน้อยเพียงใด (Gap)

ซึ่งที่จจเล่า จะประมาณว่า

ที่ล็อบบี้ของโรงแรมแห่งหนึ่ง มีผู้ชายสองคนนั่งอยู่ที่โซฟา ท่านหนึ่งอ่านหนังสือพิมพ์ อีกท่านนั่งเฉยๆ

ทีนี้ ก็มีคุณลุงท่านหนึ่ง สะพายกล้อง ถือแผนที่ แล้วผู้ชายที่นั่งเฉยๆก็ประสานสายตากับคุณลุง

แล้วคุณลุงก็ยิ้ม และเดินเข้ามาหาผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนนั้นก็ตกใจแรง อาจจะกังวลว่าจะโดนถามทางแต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ หรืออาจจะแค่ไม่ชอบคนต่างชาติ ก็ไม่รู้

ดังนั้น ชายคนนั้นจึงเข้าไปหลบในหนังสือพิมพ์ที่ผู้ชายข้างๆนั่งอ่านอยู่ ผู้ชายคนนั้นก็ตกใจ คุณลุงต่างชาติก็ดูโกรธ

จบ

ดังนั้นจจจึงไปดูว่า แล้วคนญปเอง จะเล่าเรื่องนี้อย่างไร พบว่ามีสองด้านที่น่าสนใจ ได้แก่

ด้านภาษา

  • มีการใช้คำกริยาเพื่อบรรยายสภาพมากขึ้น เช่น “นั่งชิลที่โซฟา” (くつろいで座っている), เป็นกังวลทำไงดีฮือๆ (困惑)
  • มีการใช้คำกริยาวิเศษณ์เพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น “ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย”(さっぱりわからない)
  • มีการใช้คำที่มีความเฉพาะเจาะจงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เช่น “ยิ้มร้าย” (愛想笑い)

ด้านเนื้อหา

  • การตีความตัวละคร เช่น ตีความว่าผู้ชายสองคนบนโซฟาเป็นพ่อลูกกัน
  • มีการอธิบายเสริมเรื่องราวว่าคนต่างชาติกำลังจะไปที่นู่นที่นี่ กำลังหาคน
  • มีการเสริมคำบรรยายเพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น “เข้าไปหลบในหนังสือพิมพ์อย่างไม่ลังเล
  • มีการเสริมบทความคิดของตัวละครเข้าไป เช่น “ว้ายตายแล้ว ฉันไม่อยากโดนถาม!”

เมื่อมองย้อนดูจจพบว่า สิ่งที่จจไม่เห็นความจำเป็นว่าต้องทำ เช่น การตีความตัวละคร หรือการเสริมเรื่องราวที่อยู่นอกเหนือจากตัวบท (เช่น อธิบายว่าคนต่างชาติกำลังหาคน)

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การใส่คำพูดตัวละครดีหรือการใช้คำบรรยายต่างๆเพื่อสร้างจินตภาพนั้น เป็นสิ่งที่จจทำไม่ได้ เนื่องจากมีคลังคำศัพท์ไม่เพียงพอ จึงทำให้เวลาที่เล่าเรื่อง ทุกอย่างจะถูกจำกัดด้วยขอบเขตคำศัพท์ที่เรามี

กล่าวคือ เวลาที่จจจะเล่าเรื่องนี้ จจจะคิดเป็นภาษาญี่ปุ่น ทำให้ความคิดที่เกิดขึ้นในหัวเป็นไปตามกรอบความสามารถทางภาษา จึงทำให้เรื่องที่เล่าออกมามีเพียงเท่านั้น

แต่เมื่อเอาเรื่องที่ได้ไปเทียบกับคนญปที่คิดเป็นภาษาญี่ปุ่นเหมียนแต่กรอบความสามารถทางภาษาของเขากว้างกว่าจจม้ากกกกกก เรื่องที่เขาเล่าจะมีรสชาติกว่า สามารถสร้างจินตภาพได้มากกว่า และสามารถรังสรรค์พื้นที่ทางความคิดได้มากกว่า

อา ท่านราชครูช่างร้ายยิ่งนัก แบบฝึกหัดท่านแรงมาก

เอาเป็นว่า จจได้คำศัพท์เพิ่มขึ้นเยอะม้ากกกกกกกจากแบบฝึกหัดนี้ และเกิดแรงบันดาลใจว่า คงต้องตั้งใจเรียนกว่านี้แล้วสิ TOT

เอาเป็นว่า สู้ต่อไปอย่าเพิ่งท้อ เพราะเราไม่ใช่ลิงถือลูกท้อ

หาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปจ้ะ

สวัสดี

4 ความเห็นบน “หล่อนมีพิรุธอีกแล้วนะ

  1. คิดเหมือนกันเลยครับ ว่าได้คำศัพท์เยอะมากจากแบบฝึกหัดนี้ ทำให้ได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นใช้คำไหนและเราสามารถนำไปใช้ได้ด้วย

    ถูกใจ

  2. เขียนได้สนุกเหมือนเคยเลยค่ะ โทษที ลืมบอกว่าเอารูปมาจากไหน (ลงใน BBใหม่แล้ว มีอ้างอิง) อ้างอิงจาก 石黒圭(2009:179) 『よくわかる文章表現の技術Ⅱ 文章構成編(新版)』明治書院 นะคะ

    ถูกใจ

  3. เวลาเล่าเราก็อยากใส่อรรถรสลงไปเหมือนกัน แต่ติดตรงที่คลังศัพท์ไม่พอจริงๆนั่นแหละ เลยได้แต่ถูไถเล่ามันออกมาทื่อ ๆซะงั้น การศึกษาศัพท์เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆค่ะ T T

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น