ตื่นเถิดชาวไทยอย่ามัวหลับไหลลุ่มหลง

สวัสดีจ้ะราษฎรทั้งหลายของเจ้าหงิง

เจ้าหงิงหายหน้าหายตาไป ไม่ได้กักตัวว่าเป็นโบโลน่าแต่อย่างใด แม้เหตุการณ์บ้านเมืองของเราจะมีภัยอาเพศเกิดขึ้นมากมายอย่างมหาศาล

โรคที่กำลังระบาดในราชอาณาจักรเราขณะนี้

โอ เจ้าหงิงต้องตรากตรำปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อมวลมหาประชาชน

แต่แม้กระนั้น เจ้าหงิงก็ไม่เคยปริปากพร่ำบ่นคำว่าเหนื่อย เพราะรักทุกท่านจากใจจริง

เร็วๆหน่อยเจ๊ คนเขารอ

เฮียต๋อง! ขัดอยู่ได้! กำลังจะเข้าเรื่องแล้วนี่ไง!

วันนี้ บอกเลย มาแบบมู้ดใหม่ ไม่สดใสไม่อะไร

เป็นมู้ดที่เหมาะมาก สำหรับนิสิตทุกคนที่ต้องเผชิญการสอบ

คือ

ไค่หลับ!!! (อยากหลับ)

คือไม่ไหวแล้ว เจ้าหงิงทรงเหนื่อย

ใช่แล้ว เพลงที่เราจะนำเสนอในวันนี้ก็คือออออออออออ

Once Upon A Dream จากเรื่อง Sleeping Beauty นั่นเองจย้าาาา

ขอหลับต่ออีกสักห้านาทีนะจ้ะแม่จ๋า

เอาล่ะ รอช้าอยู่ไย ไปเบิ่งสารบัญกัน

สารบัญ

  1. เนื้อเพลง
  2. ความประทับใจโดยภาพรวม
  3. ประเด็นทางการแปลที่น่าสนใจ
  4. จุดสังเกตุไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
  5. สรุป

.

.

.

1.เนื้อเพลง

เปิดมาเลยบั้งงง เอาลิงค์เพลงไปก่อน

ภาษาอังกฤษ >>> https://www.youtube.com/watch?v=TXbHShUnwxY

ภาษาไทย >>> https://www.youtube.com/watch?v=3XsgkavPnmE

ภาษาญี่ปุ่น >>> https://www.youtube.com/watch?v=Dwq-fORMprw

I know you
I walked with you once upon a dream
I know you
That gleam in your eyes seems so familiar a gleam
And I know it’s true
that visions are seldom what they seem
But if I know you
I know what you’ll do
You’ll love me at once
The way you did once
upon a dream
เคยได้เจอ ได้เคียงข้างกับเธอในฝันรื่นรมย์
เคยพบเธอ และแววตาที่เห็นคุ้นเคยยังจำได้ไม่ลืม
และจะคอยสักวันความฝันจะเป็นจริงสุขใจชื่นชม
หากพบเธออีกครั้ง
เธอฉันคงชื่นชู
แรกพบก็รักกัน
เป็นรักชั่วนิรันดร์
รักเราไม่เลือน
あなたをいつも
夢に見て
その瞳さえとても
懐かしい
夢は幻だと言うけれど
でも分かる
あなたこそ
愛してくれる
あの夢と同じに

.

2.ความประทับใจโดยภาพรวม

ภาษาไทย

โอ้ยคือดีอีกแล้วอะ แบบ มันสวย มันฟังลื่น มันไม่ขัดหูขัดตาอะไรเลย ไม่รู้เกี่ยวไหมว่าเป็นเพลงยุคเก่าๆเหรอเขาเลยนิยมแปลแบบนี้กัน ตั้งแต่ Someday My Prince Will Come (https://jubjang.design.blog/2020/02/08/%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/) ละนะ เออแต่แบบแอบสังเกตว่าเพลงดิสนีย์ยุคใหม่ๆจะเริ่มแปลในแนวที่ต่างออกไป แต่ไว้เดี๋ยวตอนถึงยุคใหม่ๆเราจะมาสรุปกันอีกที

ภาษาญี่ปุ่น

เห้ยคราวนี้ดี เจ้าหงิงประทับใจ รอบที่แล้วยังบ่นอยู่เลยว่าอะไรก็ไม่รู้ ทำความหมายตกไปเยอะมากๆๆๆๆ แต่รอบนี้คือ ถือว่าแก้มือได้ เธอเก่งมากนะมิสซิสสร ปังไม่หยุด เริสไม่ไหว ทำดีต้องชม เอาจริงๆก็ไม่ได้แปลตรงตัวเป๊ะๆอะไร แต่ถือว่าเก็บความหมายใช้ได้เลย

เอาเป็นว่า เดี๋ยวเล่าต่อ ขออุบไว้ก่อน

ถ้าอยากรู้ รัวหน้าว้าวมา555555555555

.

3.ประเด็นทางการแปลที่น่าสนใจ

Equivalence

Equivalence หรือว่า การหาคำเทียบเคียง นี่บอกเลยว่า เป็นหนึ่งในแนวคิดเรื่องการแปลที่ปฐมภูมิที่สุ้ดดดดดดเลย ซึ่งจริงๆน่ะนะเขาจะเอาเรื่องนี้มาเม้ามอยตั้งแต่แรกๆ แต่เราเพิ่งจะเอามา

เพราะอะไร

เพราะจุ๊บแจงนีกา!

ภาพจากเอมวี FIESTA ของวง IZONE จ้ะพี่จ๋า

ใดๆ

ก็คือ มันเป็นแนวคิดว่า เวลาเราแปลเนี่ย เราต้องหาคำมาแปลให้มันตรงเป๊ะตรงแหน่วกับต้นฉบับให้ได้นั่นเอง

ซึ่งตรงนี้เนี่ย ต้องบอกเลยว่า เป็นประเด็นที่สำคัญมากๆในการแปลเพลงนี้ เพราะพอเราสามารถแปลคำให้มันมีความเทียบเคียงกันได้สูงมากๆเนี่ย มันจะเกิดความรู้สึกว่า

“ว่าบาป เก็บความหมายได้ครบมาก เยี่ยวไม่ไหว”

เงี้ย

แต่ความตรงเป๊ะเนี่ย มันก็มีหลายระดับอยู่นะ อย่างมันจะมีทฤษฎีของคุณ Otto Kade เขาก็จะบอกไว้ว่า มี 4 ระดับ ได้แก่

A) Total Equivalence คือเป๊ะกันพอดี ไม่ขาดไม่เกิน เช่น รัฐธรรมนูญ = Constitution = 憲法

B) Facultative Equivalence คือ คำเนี้ย พอแปลออกมาในภาษาหนึ่งแล้ว มันจะมีได้หลายความหมายใช้ต่างสถานการณ์

C) Approximate Equivalence คือ แปลออกมาแล้ว ตรงกับต้นฉบับแค่บางส่วน

D) Nil Equivalence คือ หาคำแปลไม่ได้เลย เพราะมันไปผูกติดกับอะไรบางอย่างของภาษาต้นฉบับ เช่น แกงเขียวหวาน จะหาคำเทียบเคียงไม่ได้ เพราะเมืองนอกไม่มีแกงเขียวหวาน งี้

ปังไม่หยุด

แล้วในเพลงนี้มันมีคำเทียบเคียงอะไรที่น่าสนใจ

เช่น

Gleam – แววตา
Gleam – 瞳
Total Equivalence
Approximate Equivalence
Familiar – คุ้นเคย
Familiar – 懐かしい
Total Equivalence
Approximate Equivalence

เป็นต้น

แต่เอาจริงนะ ถึงแม้ว่าแนวคิด equivalence โดยปกติแล้วจะเป็นการมองในระดับคำ จุ๊บแจงอยากมองเป็นในระดับตัวบท (Text) มากกว่า

คือพอถอยหลังออกมาแล้วมองในระดับที่ใหญ่ขึ้น เรารู้สึกว่าเราเห็นประเด็นที่น่าสนใจ

คือมันมีการเสนอว่า แม้ว่าจะพยายามรักษา equivalence ไว้แค่ไหน การแปลทุกชนิดต้องมีปัญหาอะ ได้แก่

I) Loss of Information (การสูญหายข้อมูล) เหมียน Lost in Translation ที่เคยพูดไปในบล็อกก่อนๆ

II) Addition of Information (การเพิ่มเติมข้อมูล) ก็คือเสริมอะไรบางอย่างเข้าไป

III) Skewing of Information (การบิดไขว้ของข้อมูล) คือเปลี่ยนข้อมูลไปเลย มากน้อยก็ว่ากันไป

ทีนี้เนี่ยจุ๊บแจงขอเสนอว่า สำหรับเพลงนี้นะ สิ่งที่เห็นเด่น

เวอร์ชั่นภาษาไทย >>> Addition of Information

เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น >>> Skewing of Information

เป็นยังไง ไปดูทีละอัน

3.1เวอร์ชั่นภาษาไทย

I know you
I walked with you once upon a dream
I know you
That gleam in your eyes seems so familiar a gleam
And I know it’s true
that visions are seldom what they seem
But if I know you
I know what you’ll do
You’ll love me at once
The way you did once
upon a dream
เคยได้เจอ ได้เคียงข้างกับเธอในฝันรื่นรมย์
เคยพบเธอ และแววตาที่เห็นคุ้นเคยยังจำได้ไม่ลืม
และจะคอยสักวันความฝันจะเป็นจริงสุขใจชื่นชม
หากพบเธออีกครั้ง เธอฉันคงชื่นชู
แรกพบก็รักกัน เป็นรักชั่วนิรันดร์ รักเราไม่เลือน

สิ่งที่ขีดเส้นใต้ คือ  ภาษาไทยแอดเข้ามางะ

จริงๆก็ไม่ได้ว่าผิดอะไร คือมันก็สวยก็ไฉไล เก๋ไก๋ปลายสัปดาห์แหละ

แต่พอเทียบกับต้นฉบับคือ หนูลุกใดมาเจ้า???(หนูมาจากที่ไหนคะ???)

เออๆ แต่ก็ไม่อยากว่าหรอกนะ เรามองว่า เป็นนโยบายการแปลมากกว่า คือยุคนั้นผู้บริหารดิสนีย์ไทยแลนด์อาจชอบแนวนี้ไง

ก็ว่ากันไป

แล้วของญี่ปุ่นล่ะ

3.2เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น

I know you
I walked with you once upon a dream
あなたをいつも夢に見てอังกฤษ>เคยได้เดินด้วยกันในความฝัน เลยรู้จักกัน ญี่ปุ่น>เห็นเธอในความฝันเสมอ (เป็นการบอกใบ้กลายๆว่า รู้จักเธอนะ)
I know you
That gleam in your eyes seems so familiar a gleam
その瞳さえとても懐かしいอังกฤษ>รู้จักเธอนะ แววตาของเธอมันเป็นอะไรที่คุ้นเคย
ญี่ปุ่น>นัยน์ตาของเธอมันชวนให้รู้สึกคิดถึงจริงๆ (เพราะเคยเห็นบ่อยๆ)
And I know it’s true
that visions are seldom what they seem
夢は幻だと言うけれどอังกฤษ>ฉันรู้ดีแหละว่าภาพความฝันมันก็ไม่ได้ว่าจะเป็นจริงอะไรเท่าไหร่หรอก
ญี่ปุ่น>ความฝัน=ภาพมายาน่ะแหละ
But if I know you
I know what you’ll do
You’ll love me at once
The way you did once
Upon a dream
でも分かる
あなたこそ愛してくれる
あの夢と同じに
อังกฤษ>แต่ถ้าฉันรู้จักเธอจริงๆนะ ฉันรู้เลยเธอจะยังไง เธอก็จะรักฉัน เหมือนที่เธอเคยรักในความฝันของฉันยังไงล่ะ
ญี่ปุ่น>แต่ฉันรู้หรอกว่าเธอเนี่ยแหละจะรักฉัน เหมือนในฝันนั้นยังไงล่ะ

คือจะสามารถแบ่งกลุ่มได้ดังนี้

แล้วมันเป็น Skewing of Information ยังไง

มันเป็นในลักษณะที่ว่า

คุณอ่านต้นฉบับ>>วาดภาพสถานการณ์ออกมาในหัว>>ถ่ายทอดออกมาใหม่เป็นภาษาญี่ปุ่น

คือใช้คำไม่เหมือนเดิมอะไรเดิม แต่ให้ image ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับได้ ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ถือว่าผิดอะไรเหมือนกับ Addition of Information ของภาษาไทยแหละ เรามองว่ามันเป็นเรื่องนโยบายมากกว่าว่าเขาต้องการการแปลแบบไหนเนาะ

.

4.จุดสังเกตุไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น

4.1การละประธาน

กรณีศึกษา “ฉัน”

I know you
I walked with you once upon a dream
I know you
That gleam in your eyes seems so familiar a gleam
And I know it’s true
that visions are seldom what they seem
But if I know you
I know what you’ll do
You’ll love me at once
The way you did once
Upon a dream
เคยได้เจอ ได้เคียงข้างกับเธอในฝันรื่นรมย์
เคยพบเธอ และแววตาที่เห็นคุ้นเคยยังจำได้ไม่ลืม
และจะคอยสักวันความฝันจะเป็นจริงสุขใจชื่นชม
หากพบเธออีกครั้ง เธอฉันคงชื่นชู
แรกพบก็รักกัน เป็นรักชั่วนิรันดร์ รักเราไม่เลือน
あなたをいつも夢に見て
その瞳さえとても懐かしい
夢は幻だと言うけれど
でも分かる
あなたこそ愛してくれる
あの夢と同じに

คือ จากที่ขีดเส้นใต้ จะเห็นได้ว่า จำนวนการใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 คือต่างกันมากกก

ภาษาอังกฤษ 6 ครั้ง

ภาษาไทย 1 ครั้ง

ภาษาญี่ปุ่น 0 ครั้ง

คือถ้าถามจจในฐานะผู้ที่เรียนภาษาอะนะ ก็จะรู้เห็นจริงๆว่าไทยและญี่ปุ่นละประธานเก่งมาก คือถ้ารู้อยู่แล้วว่าประธานเป็นใครก็จะละประธานได้งี้

ทีนี้พอลองไปค้นๆดูก็คือจะเห็นการให้ข้อมูลที่น่าสนใจ

ของภาษาไทยคือ คุณ Aroonmanakun, 2000 ก็จะบอกว่าเราละประธานภาษาไทยได้ ถ้าแบบมันมีการต้องพูดประธานซ้ำๆติดๆกันเนี่ย เราจะละได้ (แม้อาจไม่เสมอไป) ฟีลแบบ อย่างในเพลงนี้มัน “ฉัน…” ตลอดเวลา ก็ไม่ต้องพูดซ้ำๆ ละได้เลย

ของภาษาญี่ปุ่นจะมีไอเดียคล้ายๆกัน คือ 砂川(1990)ก็จะบอกว่าเราละประธานได้ ถ้าประธานตัวเนี้ย กับตัวข้างหน้ามันมีความหมายเดียวกัน และมีอยู่ในพื้นที่และเวลาเดียวกัน (เข้าใจว่าหมายถึง อยู่ใกล้ๆกันอะจ้ะ)

ก็ว่ากันไป

แต่จริงๆในเชิงรายละเอียดยังมีอีกเยอะมากนะที่ต้องศึกษา เช่นภาษาพูดกับภาษาเขียนอาจละประธานไม่เหมือนกันรึเปล่า งี้ หรือแม้แต่ในสถานการณ์ต่างๆก็อาจให้ข้อมูลต่างกัน เช่นถ้าเป็นหนังสือพิมพ์อาจไม่นิยมละประธาน(?) ก็ไม่รู้ ใครสนใจลองศึกษาเพิ่มเติมดู

4.2คำบ่งชี้こそあ

กรณีศึกษา あの夢と同じに

You’ll love me at once
The way you did once
Upon a dream
หากพบเธออีกครั้ง เธอฉันคงชื่นชู
แรกพบก็รักกัน เป็นรักชั่วนิรันดร์ รักเราไม่เลือน
あなたこそ愛してくれる
あの夢と同じに  

คือต้องบอกเลยว่า อันนี้เป็นเคสพิเศษจริงๆ เพราะทั้งในต้นฉบับ (ภาษาอังกฤษ) และฉบับภาษาไทย ไม่ได้มีการใช้คำบ่งชี้สำหรับท่อนนี้ แต่เนื่องจากภาษาญี่ปุ่นมีการใช้เทคนิคการแปลแบบ Skewing of Information จึงทำให้ใช้คำบ่งชี้ あの ขึ้นมาได้

ทีนี้เนี้ย มันพิเศษ เพราะ 1เชื่อว่าตรงนี้เข้าใจยากสำหรับคนไทย 2มันสะท้อนความเป็นเพลงนี้ได้ดีมากๆเลย

มันเข้าใจยากสำหรับคนไทยยังไง???

เอางี้เลยนะ เจ้าหงิงยอมพนันด้วยสมบัติในท้องพระโรงทั้งหมด คนไทยที่เรียนภาษาญี่ปุ่นน้อยคนนักจะตอบได้ว่า ทำไมในประโยคนี้ใช้ あの!!!

คือ เอางี้ละกัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเฉลยเลย

แต่ disclaimer นะ อาจเฉลยผิด5555555 แต่ไม่น่าผิด เรียนมาแล้ว ถ้าผิดก็ต้องกราบขออภัยราชครูทุกท่าน55555

คือคำบ่งชี้こそあในภาษาญี่ปุ่นเนี่ย มีวิธีใช้เยอะมากกกกก

คือ ต้องบอกเลยว่า ขายของ1 สนใจเพิ่มเติมลองอ่านได้ที่ https://nozomiyamada.github.io/blogs/0120.html

สำหรับในเพลงนี้เนี่ย มันจะเป็นวิธีการใช้ที่เกิดจากการศึกษาด้วย Cognitive Science ซึ่งคุณโนะโซะมิได้อธิบายไว้ดังนี้

。。。ただし、この分類はあくまで「聞き手の知識」を前提としているため、独り言などのように聞き手がいない場合には適用できない。そこで 田窪・金水 (1996) は認知科学 (cognitive science) の考えを適用し、文脈指示を以下のように分類した。

  • ソ:伝聞や推論など、一時的(間接的)記憶である「Indirect Domain」にあるものを指示する
  • ア:直接経験し、長期記憶となった「Direct Domain」にあるものを指示する。。。

ว้าว

อะไร ปังเหรอ

ป่าว แปลไม่ออก5555555555555

ล้อเล่น คือ そ เนี่ย จะใช้เวลาพูดถึงเหตุการณ์ที่เป็นความทรงจำประเดี๋ยวประด๋าว แต่ あ ใช้กับความทรงจำฝังแน่นยิ่งกว่าคราบสกปรกในห้องน้ำ แล้วเวลาที่ใช้ มันจะมีความรำพึงรำพัน พูดคนเดียว ฟีลแบบ “อา ตอนนั้นอะนะ” เงี้ยจ้ะ

คือในเคสเพลงนี้เนี่ย มันเป็นซีนที่ว่า เจ้าหงิงออโรร่าร้องเพลงนี้คนเดียว คือชีพูดกับตัวเอง (独り言) แล้วชีก็กำลังเพ้อถึงความฝันที่ฝันมาตลอดว่าได้พบกับเจ้าชายนู่นนี่นั่น “อา ในความฝันนั้นที่ฉันได้พบเจ้าชาย” (อายุแค่ 16 ฝันถึงผู้ชาย!!! แล้วหล่อนโตมาในป่ากับนางฟ้าสามตนและสรรพสัตว์!!! น่าเกลียดที่สุด!!!)

นั่นน่ะแหละ ก็คือมันเป็น 1ความทรงจำยาวนาน 2มีความพูดคนเดียว เลยใช้ あの夢 นะจ้ะ

จะบอกว่า เรื่องคำบ่งชี้เนี่ย ยากนะสำหรับคนไทย แต่อย่างน้อยในวันนี้ก็ได้เรียนรู้แล้ว1

.

5.สรุป

สรุปคือ เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงหนึ่งที่แปลได้ดีเลย แต่ในรายละเอียดก็จะมีความน่าสนใจเรื่องของ Equivalence ว่าทั้งสองฉบับแปล ไทยและญี่ปุ่นมีวิธีจัดการกับตรงนั้นอย่างไร เราเห็นประเด็นทางไวยากรณ์ที่น่าสนใจของภาษาญี่ปุ่น คือการละประธาน และการใช้คำบ่งชี้ ซึ่งดูง่ายๆพื้นฐาน แต่จริงๆมีรายละเอียดเยอะมากนะ บอกเลยว่า ไม่เจ๋งจริง คุณอยู่ในวงการนี้ไม่ได้ (เอ่อ วงการไรจ้ะ เพ้อแล้วนะอิแพงเค้ก)

เอาเป็นว่า ก่อนจากลา เม้ามอยบันเทิง คือ เพลงเนี้ย มันออกมาในปี 1959 พร้อมกับหนัง แล้วทีนี้คือในปี 2014 มันมีการทำหนังเรื่อง Maleficent ที่เป็นแม่มดร้ายใน Sleeping Beauty ฟีลแบบ นำเสนอเรื่องใหม่ผ่านมุมมองแม่มดใจร้าย ซึ่งเพลงนี้ก็ถูกนำมาร้องใหม่แบบหลอนมากกกก

ลิงค์เพลงเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ https://www.youtube.com/watch?v=8waJ7W3QcJc

ลิงค์เพลงเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น https://www.youtube.com/watch?v=fAG3usmSLwQ

ซึ่งภาษาญี่ปุ่นรอบนี้คือแปลใหม่นะ ไม่เหมียนเดิม แต่เนื่องจากในบล็อกคือเน้นคอนเสป traditional ไง เลยไม่ได้วิเคราะห์ของฉบับแปลใหม่เนาะ

ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าคราวหลัง

วันนี้ ลาไปก่อน ขอบพระคุณทุกท่านจากใจจริงที่มาเข้าเฝ้าเราในวันนี้

บุญรักษา

สวัสดี

6 ความเห็นบน “ตื่นเถิดชาวไทยอย่ามัวหลับไหลลุ่มหลง

  1. ประทับใจมากเพคะองค์เจ้าหงิงจุ๊บแจง แม้มิดเทอมก็ไม่หวั่น ทรงมาผลิตคอนเท้นให้เหล่าราษฎรอ่าน

    น่าสนใจมากตรงเรื่องที่พูดถึงปัญหาการแปล ทุกครั้งที่ต้องทำคือจะหนักใจมากว่าควรแปลตรงตัวตามเขา หรือแบบแก้คำนิดหน่อยเพื่อไม่ให้มันแปล่ง แต่บางทีความหมายมันเปลี่ยน เปงปวดหัว

    ถูกใจ

  2. น่าสนในมากครับ ภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยมีคำว่า “ฉัน” ทั้งสนทนาและเนื้อเพลง (ว่าแต่ อ.อรุณมานะกุลเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาผม 555)
    ปรากฏการณ์การละประธานเรียกว่า pro-drop (https://en.wikipedia.org/wiki/Pro-drop_language) ภาษาญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดีของภาษาแบบนี้
    คำอธิบาย「あの」「その」ผมก็แปลไม่เป็น 555 แต่คนญี่ปุ่นใช้แยกอย่างชัดเจน ถ้าเข้าใจหลักการก็น่าจะมีประโยชน์ครับ

    ถูกใจ

  3. พระปรีชาสามารถในการวิเคราะห์บทเพลงขององค์หงิงจุ๊บทำให้ราษฎรทุกหย่อมหญ้าตกตะลึงลมพัดตึงอีกครา! เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของอิฉันที่มีโอกาสได้อ่านติดตามผลงานบล็อกอันทรงคุณค่าขององค์หญิงจุ๊บทุกคืนวันเพ็ญใต้ต้นซากุระเดือน2

    ถูกใจ

  4. โอว สมควรกับการรอคอยเลยค่ะ มีการค้นคว้าเพิ่มเติมด้วย สนุกทั้งเรื่องทฤษฎีการแปลและเรื่องไวยากรณ์ งานที่ยกมาเป็นงานของนักวิจัยดังๆทั้งนั้น (ใส่ชื่ออ้างอิงตอนท้ายให้อ.ด้วยจะยิ่งดีมากเลยนะคะ) ตรงที่น่าสนใจคือการละประธานที่สังเกตและยกมาก และส่วนที่แปลเทียบภาษา จะเห็นได้ว่า เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น มองจากมุมมองของผู้พูดมากที่สุด I know you
    I walked with you once upon a dream จะเห็นภาพ I กับ you จากภายนอก แต่เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เป็น あなたをいつも夢に見て มองจากผู้พูด มีเยอะแยะเลย น่าสนใจจังค่า

    ถูกใจ

  5. ปังไม่ไหวอีกแล้วแม่ อ่านเพลินมากๆได้ความรู้ ชอบประเด็นทางภาษาเรื่อง こそあ ด้วยว่าแบบมันเป็นอะไรที่ special ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีบ้างที่ใช้ผิด ขอกราบขอโทษราชครู

    แต่ชอบเวอร์ชั่นแปลภาษาไทยนะ มันดูเยอะขึ้นหยุบหยับดี พยางค์มันเหลือก็เติมให้แสนสวย

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น